เมื่อทีมงานเห็นปัญหาไม่เหมือนกัน

“ PACSAI (Problem Solving)”

By. Acrosswork Team

 

เมื่อทีมงานเห็นปัญหาไม่เหมือนกัน

ลองนึกภาพการประชุมทีมสักครั้งหนึ่ง

หัวหน้าทีมเริ่มต้นด้วยคำถามง่าย ๆ ว่า
“ตอนนี้ปัญหาที่เราต้องแก้คืออะไร”

ทันทีที่คำถามนี้ถูกถามออกไป
ห้องประชุมก็เริ่มมีคำตอบหลากหลาย

ฝ่ายขายบอกว่า
“ยอดขายตกครับ”

ฝ่ายการตลาดตอบว่า
“ไม่ใช่ครับ ปัญหาคือแคมเปญยังไม่โดน”

ฝ่ายผลิตพูดขึ้นมาว่า
“จริง ๆ สินค้าเรายังไม่ต่างจากคู่แข่ง”

ส่วนฝ่ายบริการลูกค้าก็บอกว่า
“ลูกค้าบ่นเรื่องการส่งของช้า”

ผ่านไป 30 นาที
ทุกคนยังคุยกันเรื่อง “ปัญหา”
แต่ดูเหมือนว่าแต่ละคนกำลังพูดถึง “คนละเรื่อง”

สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมากในองค์กร
ไม่ใช่เพราะใครคิดผิด
แต่เพราะแต่ละคนกำลังมองปัญหาจากมุมของตัวเอง

ฝ่ายขายมองผ่านตัวเลขยอดขาย
การตลาดมองผ่านแคมเปญ
ฝ่ายผลิตมองผ่านสินค้า
ฝ่ายบริการลูกค้ามองผ่านเสียงของลูกค้า

ทุกมุมมองล้วนมีเหตุผล
แต่ถ้าทีมยังไม่สามารถ “นิยามปัญหาเดียวกัน” ได้
การแก้ปัญหาก็มักจะเดินไปคนละทิศคนละทาง

นี่คือเหตุผลที่หลายองค์กร
ประชุมกันบ่อย
คุยกันเยอะ
แต่ปัญหากลับไม่ค่อยถูกแก้จริง ๆ

เพราะก่อนจะหาทางแก้
ทีมต้องเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า
“ปัญหาที่แท้จริงคืออะไร”

แนวคิดนี้เป็นจุดเริ่มต้นของโมเดลการแก้ปัญหาที่เรียกว่า
PACSAI Problem Solving Model

โมเดลนี้พัฒนาโดย อ.นพพล นพรัตน์
เพื่อช่วยให้คนทำงานและทีมงานสามารถแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ

ขั้นตอนแรกของโมเดลนี้คือ
Problem – การระบุปัญหาให้ชัด

ฟังดูเหมือนง่าย
แต่ในความเป็นจริง ขั้นตอนนี้สำคัญมาก

เพราะเมื่อทีมสามารถนิยามปัญหาเดียวกันได้แล้ว
ขั้นตอนต่อไป เช่น การวิเคราะห์สาเหตุ การสร้างทางเลือก และการตัดสินใจเลือกทางออก ก็จะง่ายขึ้นอย่างมาก

ในทางกลับกัน
หากทีมยังเห็นปัญหาไม่เหมือนกัน

บางคนกำลังแก้ยอดขาย
บางคนกำลังแก้สินค้า
บางคนกำลังแก้ระบบ

สุดท้ายทุกคนก็ทำงานหนัก
แต่ปัญหากลับยังอยู่เหมือนเดิม

ดังนั้น ก่อนจะรีบหาคำตอบ
บางครั้งสิ่งที่ทีมควรทำก่อนคือ
หยุด และถามคำถามให้ถูก

เพราะการแก้ปัญหาที่ดี
ไม่ได้เริ่มจากคำตอบ

แต่มักเริ่มจาก
การมองเห็นปัญหาเดียวกัน

……………………………………………………………………………………………………………………………………

**  ท่านผู้อ่านสามารถอ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่  https://bit.ly/3H0W2Ai

และฝากติดตามเราที่เพจ Facebook  : https://www.facebook.com/acrosswork.co.th